วันที่ 19 มิถุนายน 2021 7:30 PM
Championsweek2015.com

แอชลีย์ โคล ตัวเทพฝนตำนานแบคซ้ายตัวแรง แข็งแกร่งไม่มีใครเกิน

อัพเดทเมื่อ 10 มิถุนายน 2021 เข้าดู 4 ครั้ง

แอชลีย์ โคล ตัวเทพในตำนานแบคซ้ายตัวแรง แข็งแกร่งไม่มีใครเกิน

แอชลีย์ โคล ช่วงต้นปี 2000 ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในแบคซ้ายที่ดีที่สุดในโลก น่าตื่นตะลึงในความโดดเด่นครบเครื่อง ทั้งเกมรุกและทั้งเกมรับ ที่ประเทศอังกฤษ ตื่นเต้นกันแล้วยังมากซุปเปอร์สตาร์หลายคน ที่แฟนบอลถึงกับเหนื่อยใจ เพราะทั้งเกมไม่ว่าจะไปยังไง เขาก็จะพยายามประครองรับตลอด 90 นาทีในสนาม

แอชลีย์ โคล

บางคนถึงกับยอมรับว่า แพ้ทางคนอย่าง แอชลีย์ โคล ฟอร์มของเขามีร่างกายที่ไม่ธรรมดา เร็วจัดแรงจัดแข่งจัดเข้าแท็กเกิลคมจัด จะฉีกเข้าได้ต้องวิกแทบลมจับ เขาเป็นนักเตะที่มีตำนาน เขี่ยบอลใส่หน้าประตูเฉย ส่วนวินัยวิสัยทัศน์ในเกมที่ยอดเยี่ยม แถมมีสกิวพิเศษนั่นคือ การเติมให้ทันเกม ไม่มีร่วงโตมากับปืน แต่กับกายมายืนหนึ่งในสตาร์ดกับ เชลซี

ที่เชลซีเคยเป็นหนึ่งในขุนพลไม้ไผ่ ของเซ็นเตอร์ในปี 2004 และเคยได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่เชลซีรับรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่น ที่เล่นได้มาตรฐานที่สูงคนหนึ่ง ในยุคของเขาเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ ทั้งระดับสโมสร และทีมชาติ ซึ่งเขาก็ทำสถิติเกิน 100 นัด เรื่องนอกสนามอาจจะฉาวโฉ่ แต่ถ้าตัดออกไปแล้ว ชื่อเขานับเป็นไอดอล ของใครหลายต่อหลายคน

ที่เล่นในตำแหน่งนี้ เพราะผู้ให้กำเนิดเป็นคน บาร์เบโดส ไม่ใช่อังกฤษแท้ แต่เป็นผู้ก่อเล็กๆ ห่างไกลในแคริบเบียน พ่อทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เด็ก แอชลีย โคล อยู่กับแม่และน้องชายหลายชีวิต ในชุมชนที่แออัด ภูมิคุ้มกันความแข็งแกร่งแรกที่เขาได้มาไม่นาน เขาเปลี่ยนจากนามสกุลพ่อ มาเป็นนามสกุลแม่

ฟุตบอลสำหรับโคลคือชีวิต ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ คือชีวิต มีบันทึกไว้ว่า อาร์เซนอล อาจจะเริ่มมองมาที่เขา ตั้งแต่อายุเท่านี้ ไม่ตอนนั้นโคลเริ่มเล่นฟุตบอลกับอาเซนอล ก่อนที่จะถอยลงมาเรื่อยๆ แล้วไปจบที่เชลซี นั่นหมายถึงว่าเขาไม่ใช่กองหลังธรรมชาติ แต่เมื่อเขาไม่อยู่ตำแหน่งนี้ เซ้นบางอย่างจากธรรมชาติ ที่มีบ้างก็ถูกนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องเสมอ

ต่อมาได้เป็นหนึ่งในเยาวชนลูกหนังของ อาร์เซนอล ในการสนับสนุนของกุนซือ ซึ่งแม่ของเขาเล่าว่า ในวัยเด็กนั้นเขาโดนมาไม่น้อย คนที่บอกว่าตัวเล็กเกินไป หรือไม่ก็ที่ดี มาเป็นแรงกระตุ้น แอชลีย โคล ในวัยเด็ก นั้นมองถึงการเป็นเชฟจริงจัง ความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่ง ของการเติบโต แต่ความเจ็บปวดจากทั้งครอบครัว ทั้งฟุตบอลทำอะไรโคลไม่ได้

ในเวลาต่อมาอาเซนอลนั้นก็ปล่อยให้เขา ไปหาประสบการณ์พิเศษกับ คริสตัล พาเลซ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ระยะเวลาที่ไม่มีใครข้องใจ พรสวรรค์โคล ต่อมาได้รับประกาศต่อเนื่อง เมื่อแบคซ้ายตัวหลักบาดเจ็บ ในการมาเป็นตัวหลักของอาร์เซนอล ในเวลาไม่นานเขาเล่นได้ยอดเยี่ยม  เวลานั้นระหว่างปี 2005 พวกเขามีดีกรี แชมป์เอฟเอคัพ

จากนั้นก็สร้างสีสันมหัศจรรย์ไร้พ่าย ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โคลได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก คือความสนุกทุกวินาทีด้วยความเพลิดเพลิน เขาขึ้นเกมเติมได้อย่างเมามันส์ ความมุ่งมั่นใส่สุดในทุกแมตช์ 200 กว่า เขามี2ประตูและ 3 เอสซีส แอชลีย์ โคล เขาเปล่งปังและโด่งดังเป็นอย่างมาก เขาคือชีวิตของเขาเอง เขาเคยเป็นหนึ่งในขุนพลใบไผ่มาแล้ว

เขามองเห็นถึงสุดยอดผู้เล่นที่เคียงข้าง แต่กาลเวลาก็ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ การเล่นเหล่านี้รู้ว่าการจะเป็นแชมป์ชนะอีกครั้งต้องทำอย่างไร ประสบการณ์ที่เคยดูกับ เชลซี ในเวลาที่ต้องรับใช้ชาติ จึงถูกนำมาคบคิดถึงอนาคต แล้วเรื่องหนึ่งที่พูดอย่างนั้นคือ ค่าแรงที่กำลังต่อรองปี 2005 เพราะว่าเขากลับมูรินทร์โย่แอบนัดพบคุยกัน การย้ายเข้าฝั่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ทุกคนรู้ว่าอาร์เซนอลกับเชลซีนั้นเป็นคู่แข่งกันมายาวนาน

แต่การทำแบบนี้มันผิดหรือไม่ ในความรู้สึกของแฟนบอลนั้น ดีกว่าทำร้ายจิตใจกันสูงสุด ที่สำคัญมันคือการนัดพบ แบบไม่เปิดเผย ไม่ผ่านเกณฑ์การซื้อขายอย่างเป็นทางการ ไม่นานเขาเลยกลายเป็นข่าวจริง ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการต้องเข้าไปตรวจสอบ พร้อมกับตักเตือนถึงกฎกติกา ที่ทุกสโมสรต้องปฏิบัติร่วมกัน

ผลก็คือโดนปรับกันไปในระดับ 100,000 ปอนด์ของสโมสร ทั้งผู้เล่นต้องอยู่กับอาร์เซนอลอีกพักใหญ่ ระหว่างนี้มีรายงานว่าเขาเริ่มโจมตีอาร์เซนอลเ พื่อกดดันให้ปล่อยตัวเขาในหลายทาง เจอกันวันสุดท้ายของตลาดนักเตะในปีถัดมา ของก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินในราคา 5,000,000 ปอนด์ ก็มีวิลเลียมกันลาสอยู่ในดิวด้วย

เมื่อเปิดประตูต้องรับความสำเร็จ แอชลีย์ โคล ก็พร้อมจะกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างได้เต็มที่ มันเลือกไม่ได้อะไรแบบนี้ต้องแรก ขณะที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี เขาโดนสื่อรวมถึงแฟนบอลปืนใหญ่เรียกว่า “ไอ้หน้าเงิน” จากผิวโลกท้องถิ่นก็โดนตราหน้าว่าเป็นคนทรยศโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีนัก

ชีวิตที่ผลกผลัน ก่อนจะมีคนรู้จัก แบ๊คซ้ายตัวร้ายอย่าง แอชลีย์ โคล

หลังจากจบกันไม่สวยกับอาเซนอล เขาก็ได้เปลี่ยนสีเสื้อเป็นสีน้ำเงิน ช่วงเริ่มเเรกเขาก็รอได้ทันเวลา วิธีการเล่นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังทำให้ยอดเยี่ยมเฉพาะเกมรับ ที่เป็นที่ประจักษ์ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาเก่งขึ้นครบเครื่อง ที่นี่เป็นส่วนสำคัญในปี 2007  กับการอยู่กับ สิงโตน้ำเงินคราม หลายคนที่ผลัดกันเดินถ้ามาคุมเชลซี

ทำให้เขารู้สึกพิเศษโดยเฉพาะ กุนซือคนล่าสุด ที่เขายกย่องว่าเขาเหมือนแข่งกันถึงที่สุด คนที่เขาเคยร่วมงานด้วยบอกให้ทำให้เขารู้สึกดีทุกครั้งที่ลงสนาม เชลซีเริ่มเดินหน้าสู่ชั้นที่หวังไว้ ขณะที่เรื่องอาชีพกำลังเป็นไปได้ดี แต่ชีวิตนอกสนาม พวกเขากลับเป็นปัญหาโดยเฉพาะครอบครัว ที่เขาเริ่มสร้างกำลังพังทลาย

สนามบอลทำสกอร์น้อย เพราะต้องทำหน้าที่แต่เกมรับ ส่วนนอกสนามเขากลับทำสกอร์ได้มาก เพราะเขาชอบทำหน้าที่จัดเก็บทัพหลังแต่งงานกับนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เป็นถึงนักร้องกับกรุ๊ป ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นขวัญใจคนอังกฤษที่ชื่อว่า เชอรี่ เขายังเกเรเจ้าชู้ ยับยั้งซุกซ่อนเรื่องบนเตียงเอาไว้ไม่อยู่ เที่ยวแจกเสน่ห์ไปทั่ว

เวลาภรรยาเผลอกับสาวสาวมากหน้าหลายตา ในความรักชอบพูดแบบวันไนท์สแตนด์ ไม่นานความก็แตก เขาโดนถล่มแฉจากบรรดาคู่ขาไปก็เกือบ 10 คน ที่ขายข่าวในตัวเขาเขากลายเป็นเรื่องโด่งดัง ทำชื่อเสียงให้ปุ่นปี้ สุดท้ายชีวิตรักจบลงที่หย่าร้าง เพราะในวัฒนธรรมฝรั่งนั้น แต่งแล้วไปแอบแซ่บกับคนอื่นถือ เป็นเรื่องร้ายแรง

นอกจากนี้เขายังสร้างเรื่องเมาสุราระวาด จนถูกจับไปขังในหนึ่ง เคยถูกจับเพราะขับรถเร็ว หรือวีรกรรมที่เป็นข่าวมาให้เห็นกันอีกอย่างก็คือ เขาไล่ปืนอัดลมใส่พนักงานในสนามซ้อมของเชลซี บางส่วนถึงกับปวดจึงยกให้เขา เป็นหนึ่งในนักเตะที่โดนเกลียดมากที่สุดอันดับที่หนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคเขา มันเป็นเชื้อเพลิงเขาโดนอะไรแบบนี้ มาตั้งแต่ยังเด็ก

แล้วประสบการณ์ถูกวิจารณ์ ที่เขานำมาเป็นแรงกระตุ้นสมัยเด็กกลับมาอีกครั้ง สุดท้ายแล้วก็พ่ายแพ้แก่เขาอีกครั้ง เมื่อเขาผ่านเรื่องราวร้ายๆที่ทำตัวเองได้สำเร็จ เขากลับมาเป็นส่วนสำคัญกับแชมป์ลีกกับเชลซีในปี 2009 -2010 โดยเฉพาะฟุตบอลโลกปี 2010 กับ ทีมชาติอังกฤษ ที่เขาเล่นได้ดีเยี่ยม จากเสียงคู่ที่เคยชิงชังกับถูกมาเป็นเสียงพูดชม

ที่ก้องทั่วโลกเป็นอย่างมาก จากผลงานที่เยี่ยมยอดส่งให้เขาเป็นกองหลังคนแรก ที่ได้ถึงรางวัลฟุตบอลยอดเยี่ยมอังกฤษ แต่ในปี 2008 เชลซีก็ผิดหวังหลังแพ้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่พลาดแชมป์เป็นลีกแต่ในปี 2011- 2012 จึงทำให้เขาเปลี่ยนมาร่างใหม่ที่ปรับปรุงมาแล้ว ทั้งฝีเท้าและวิชั่นมีบทบาทสำคัญในการก้าวไป

เชลซีได้สำเร็จก่อนนัดชิงเขาถูกส่งมาอีกครั้ง ในเกมกับ บาร์เซโลนา ในรอบตัดเชือก ที่เขาเคลียร์บอลบนเส้นให้เชลซีปลอดผลสกอร์สำคัญ และทั้งเกมเขาก็เล่นดีจังยอดเยี่ยม ถึงแม้จะอายุ 32 เเล้ว เเต่ก็วิ่งผ่านสร้างประโยชน์เขาหยุดเขาโกรธเขาเกาะเกมรุก จนเชลซีได้สร้างสวัสดิการพริกกลับมาชนะ จากการดวลจุดโทษ หลังจากนั้นเขาก็โด่งดัง จากการสำเร็จเป็น แชมป์ยูฟ่าแชมป์ลีก ครั้งแรกของสโมสรปี 2013

หลังจากนั้น เซซาร์ อัซปีลีกูเอตา ถูกเลือกเข้ามารับช่วงในลีกลีกสูงสุดของกฤษ นี้คือการติดอันดับสามชั้นและหนึ่งยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก กับสองสโมสร เขาถูกเลือกไปร่วมทัพโลมาสัญญาสองปี แล้วก็ไม่ใช่ช่วงที่ดี ก่อนที่จะยุติสัญญากับสโมสรอิตาลี แล้วไปใช้ชีวิตชีพให้สดใสอีกครั้งจนถึงปี 2018  ก่อนจะกลับมาช่วยอังกฤษอีกครั้ง

เพื่อที่จะมาเจอกับแฟรงค์แลมพาร์ด กำลังเทสสกิวโค้ดสุดท้าย ก่อนที่เค้าจะไป Startต่อไป หลังจากได้รับความรู้มากมายจากยอดโค้ดหลากหลายสไตล์ ที่เคยทำงานทุกวันนี้ มีความสุขกับชีวิตประสบการณ์ในชีวิตสมรส เมื่อครั้งก่อนเขาอีกครั้งเขามีภรรยาใหม่ เขาเลิกเจ้าชู้อยู่กับร่องกับรอย เขายอมรับว่าอาการหัวร้อนไปจากตัวเขา

เขาเข้าใจโลกมากขึ้น ไม่เฉพาะของเขาการกำเนิดลูกลูกของเขาในครอบครัว เขากลายมาเป็นแฟแมรี่แมนที่เปลี่ยนในชีวิต เขากลายเป็นความหมายของคำว่าเด็กอย่างชัดเจน ความเจ็บปวดเขาก็เอามันมาเป็นแรงกระตุ้นตัวเองดีขึ้นอีกด้วย และนี่คือเรื่องราวของเขา และต้องยอมรับว่าเขาคือตัวฉกาจของอังกฤษอีกคนหนึ่ง ที่ได้สร้างชื่อเสียงและตำนานครบทุกรสชาติมาให้ได้ชมกัน

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ <<<<<<<  championsweek2015.com >>>>>>>

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด