วันที่ 12 เมษายน 2021 9:25 PM
Championsweek2015.com

แชมป์ไทยลีก

อัพเดทเมื่อ 24 มีนาคม 2021 เข้าดู 9 ครั้ง

แชมป์ไทยลีก ทะยานขึ้นสู่อันดับ1ของไทย

แชมป์ไทยลีก ที่มีการตัดสินไปไม่กี่วันก่อน คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นถ้วยรางวัลที่เป็นความใฝ่ฝัน ของทุกทีมที่ลงแข่งไทยลีก จากสถานการณ์ที่แฟนบอลทุกท่านตะลึง และภูมิใจในครั้งนี้ คือจากที่ทีมตกชั้นไป แล้วกลับขึ้นมาคว้าแชมป์ได้ เรื่อนี้คงเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับใครอีกหลายคนทีเดียวและแต่ละทีมมีเรื่องราวที่น่าติดตามทีเดียว

ก่อนอื่นทางเราขอแสดงความดีใจ และยินดีอย่างยิ่งกับ BG Pathum United กับ12 ปีที่รอคอย และผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ได้เห็นถึงความพร้อม และศักยภาพที่มากขึ้นของทีม เพราะในด้านของระหว่างการแข่งขัน ทุกท่านจะทราบดีว่ามีทีมเต็งอยู่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เก่  หรือทีมที่มีชื่อมานานอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ การท่าเรือ เอฟซี เป็นต้น

ที่มีผลการแข่งขันจาก ตารางคะแนนไทยลีก ตีตื้นขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ติดตามกันมา แต่ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกัน จากอันดับ 1 มีคะแนนรวมถึง 77 คะแนน และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคะแนนรวมที่ 60 คะแนน การท่าเรือที่มาเป็นอันดับ 3 มีคะแนนทิ้งห่างไปมา คะแนนรวมอยู่ที่ 55 คะแนน จากผลการแข่งขันที่มีผลแพ้ชนะแล้ว ในการแข่งที่เท่ากัน

จึงทำให้บีจีขึ้นทะยานสู่การคว้า แชมป์ไทยลีก ไปครองได้สำเร็จ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วย ที่จะต้องมามองให้เห็นถึงการพัฒนาของทีม ที่ถือเป็นการก้าวกระโดดไวมาก ในการเล่นระบบของทีมเวิร์ค ที่ทุกตัวนักเตะถูกจับมาเซ็ตทีมกันใหม่หมด แต่สามารถเล่นได้ดีกับตำแหน่งของตัวเองทุกคนเลยก็ว่าได้ 

คงเป็นน่าจับตามองต่อไปของ ผลบอลไทยลีกล่าสุด ที่บีจีสามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ไปครองได้ จากการมองภาพรวมที่ผู้เขียนต้องขอชื่นชม การเปลี่ยนแปลงแนวคิด จากทีมตกชั้นไปได้เลย เพราะการที่พวกเขาตกชั้นไป ทำให้ต้องเริ่มกลับมาเล่นใหม่ เสมือนการนับหนึ่งใหม่ ตอนนั้นพวกเขาไม่คิดว่าทีมจะพลาดถึงขั้นตกชั้น

ดังนั้นในเมื่อทุกอย่างมันเกินคาดและเกิดขึ้นแล้ว การกลับมาทำปัจจุบันให้ดีที่สุด และไม่ประมาทกับผลงานในสนามทุกๆเกมจนขึ้นสู่แชมป์ไทยลีก บุคคลที่มีส่วนสำคัญในทีม นั่นก็คือโค้ชโอ่ง ที่ขณะนี้ใครๆต่างพูดถึง แล้วอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร (ผู้เขียนจะไปเล่าในหัวข้อต่อไป) และนั่นเองเขาได้ทำงานต่อ และได้อิสระในการเลือกตัวที่จะไปใช้ในสนามได้ดีขึ้นแชมป์ไทยลีก

การเสริมทัพวางตัวนักเตะได้เหมาะสมก้าวสู่ แชมป์ไทยลีก ที่คู่ควร

การวางตัวนักเตะได้ถูกตำแหน่งนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธถึงความพร้อมของพวกเขา จนก้าวมารับตำแหน่ง แชมป์ไทยลีก 2020-2021 ในฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ เริ่มตั้งแต่แรกที่คว้าตัว  สิโรจน์ ฉัตรทอง, วิคเตอร์ คาร์โดโซ่, สุมัญญา ปุริสาย หรือ สันติภาพ จันทร์หง่อม นักเตะเซ็ตนี้ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของทีมทันที ถึงแม้จะใหม่มากก็ตาม

ได้นำมาผสมกับนักเตะแข้งดังอย่าง สารัช อยู่เย็น, อันเดรส ตูเนซ และ เจนรบ สำเภาดี ได้มีการจัดเซ็ตนักเตะที่สองนี้ขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดได้เข้ามาเป็นตัวจริงของทีมทันที และรวมกับการนำอีกเซ็ตเข้ามาเสริม  ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้, ธีรศิลป์ แดงดา และ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ จนทำให้บีจีถูกมองว่าเป็นทีมใหญ่ ที่พร้อมสรรพในทุกตำแหน่งทันที

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือ รายชื่อนักเตะ บีจีปทุมล่าสุด ที่ทุกคนทุกตำแหน่งต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี  และเหมาะสมที่สุด ที่จะพาทีมไปจนถึงแชมป์ในฤดูกาลนี้ และด้วยสถานการณ์ที่ทำให้ทุกทีม ได้พักกันมาหลายเดือนจากโควิด 19 ระบาด ทำให้ทุกทีมได้มีเวลาเตรียมตัว และได้กลับมาตั้งหลักกันใหม่อีกครั้ง และนำไปสู่ผลงานสร้างชื่อสำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆกับการวางตัวนักเตะใหม่ทั้งหมด จนอาจจะส่งผลในการเล่นอย่างมาก แต่ด้วยการที่ได้พักไปในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ได้มีเวลาฟอร์มทีมมากขึ้นโค้ชมีเวลาได้มองนักเตะใหม่มากขึ้น ต่างทำความเข้าใจในตำแหน่งของตัวเอง และการวางแผนระบบการเล่นของโค้ช เลยเป็นผลให้นักเตะทั้งหมดที่เพิ่งมาเล่นด้วยกัน ทำผลงานได้ดีทีเดียว

เรื่องรูปแบบและแผนการเล่น วิเคราะห์บีจี ปทุม จากการทำเกมรับได้ยอดเยี่ยมมาตลอด ที่ทำผลงานออกสู่สายตาแฟนบอล ทำให้ยอมรับได้ถึงว่า เทรนด์เกมรับกำลังมาจริงๆ ในการนำไปใช้ลงสนามได้ผลอย่างมาก ในการเล่นแนวใหม่โดยเน้นไปที่เกมรับเป็นหลัก และมีเกมรุกคือตัวช่วยในการจบสกอร์ เพื่อคว้าชัยชนะมาอย่างสวยงาม

นอกจากฟอร์มการเล่นของทีมจะดีมากแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้บีจีคว้า แชมป์ไทยลีกนครั้งนี้ เพราะทีมใหญ่ๆ ที่เคยมีเอี่ยวกับการลุ้นแชมป์ไทยลีกในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมาอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง, ทรู แบงค็อก หรือทีมแชมป์เก่าอย่าง สิงห์ เชียงราย ต่างพากันฟอร์มตก ดูจากสถิติตารางการแข่งขันที่มีคะแนนทิ้งห่างกันอยู่มาก

สดุดีโค้ชโอ่งผู้นำทีม คว้าแชมป์ไทยลีก สู่สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด

โค้ชโอ่งหรือ ดุสิต เฉลิมแสน คงไม่มีแฟนบอลท่านไหน ไม่รู้จักเค้าเป็นแน่ในนาทีนี้ ทุกปัจจัยที่กล่าวมาที่ทำให้บีจีคว้า แชมป์ไทยลีก ไปครองได้สำเร็จและน่าชื่นชม คงจะไม่พ้นเบื้องหลังคนนี้ ผลงานสร้างชื่อสมัยที่เล่นให้กับทีมชาติไทย มายาวนานถึง 124 นัด และทำประตูให้ทีมชาติถึง 14 ประตู เคยลงเล่นให้สโมสรบีอีซี เทโรศาสน

เคยย้ายไปเล่นให้กับ ฮหว่างอัญซาลาย ที่ประเทศเวียดนาม  จากการชักชวนของ เกีรติศักดิ์ เสนาเมือง (หรือซิดโก้) และกลับมาประเทศไทย ลงเล่นให้กับเพื่อนตำรวจ เป็นครั้งที่ 2 และเป็นสโมสรสุดท้าย ในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของดุสิต ก่อนจะผลันตัวไปเป็นโค้ชให้กับทีมฮองอันห์ยาลาย ที่ประเทศเวียดนาม ก่อนที่จะกลับมารับงานที่ประเทศไทย 

เริ่มงานกับ ศรีราชา เอฟซี ในการค้าแข้งเป็นที่แรก แล้วจึงย้ายมาที่ พีทีที ระยอง จากนั้นตัวโค้ชโอ่งก็มาสร้างชื่อให้กับตัวเขาเองด้วยการคุมทีม การท่าเรือ เอฟซี โดยพาทีมจบอันดับที่ 2 ของการแข่งขัน ยามาฮ่า ลีก วัน คว้าสิทธิ์กลับขึ้นไปลุย ไทยลีกอีกครั้ง หลังจากนั้นก็คือที่ พีที ประจวบ เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี ก่อนจะไปทำการสร้างชื่อ ในฐานะโค้ชให้กับการสร้างประวิติศาสตร์

ผลงานล่าสุดเลยคือการพา ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นจากระดับ T2 ไปเล่นในลีกระดับสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และความท้ายทายเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อทีมดังที่ร่วงตกชั้นมาจากระดับ T1 อย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี (บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน)  ได้แต่งตั้งให้เขาทำหน้าที่เฮดโค้ช เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 

ตลอดการเป็นนักฟุตบอล ดุสิต เป็นที่จดจำในฐานะแบ็คซ้ายที่มีทีเด็ดในการเล่นลูกนิ่ง ยิงฟรีคิกที่เฉียบขาดเชื่อใจได้ ขณะที่ลูกจุดโทษ เขาก็เคยยิงชิพนิ่มๆ เข้าประตูจนกลายเป็นตำนานมาแล้ว ระหว่างการดวลเป้าในนัดชิง อาเซียน คัพ กับ อินโดนีเซีย เชื่อว่าแฟนบอลไทยหลายคน ยังจำภาพเขาได้ดี 

ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจในวันที่เขาเข้ามารับหน้าที่ โค้ชให้กับทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ดนั้น เป้าหมายภารกิจที่จะนำทีม กลับชั้นลีกสูงสุดพร้อมกับตำแหน่งแชมป์ไทยลีก ได้สำเร็จแล้วยังมีสถิติที่สร้างไว้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมที่เก็บคะแนนได้มากที่สุด ยิงประตูได้มากที่สุด และยังเสียประตูน้อยที่สุด ตั้งแต่ไทยลีก2 ในฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วย

จนมาวันนี้วันที่ได้รับความท้าทายใหม่ ในฐานะโค้ชที่กลับมาปลุกปั้นทีมที่ตกชั้น จะสามารถพาขึ้นสู่การคว้า แชมป์ไทยลีก ให้กับสโมสรที่เขาคุมอยู่ในปัจจุบัน ดูเป็นว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่พอเหมาะกัน และความกล้าท้าทาย ด้วยประสบการณ์ของเขาเอง พร้อมเปลี่ยนแนวการเล่นฟุตบอลไทย ไปให้ประจักษ์สู่สายตาแฟนทุกคนแล้ว

 

ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ก่อนใคร จากข้อมูลวงในที่เชื่อถือได้ทั้งไทยและเทศกับเว็บ  www.championsweek2015.com

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ ล่าสุด