วันที่ 6 พฤษภาคม 2021 8:15 AM
Championsweek2015.com

เอ็ด วู้ดเวิร์ด

อัพเดทเมื่อ 24 เมษายน 2021 เข้าดู 10 ครั้ง

เอ็ด วู้ดเวิร์ด ลาออกตำแหน่งบริหารร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอ็ด วู้ดเวิร์ด มีกระแสข่าวเตรียมถอนตัวออกจาก ตำแหน่งรองประธานบริหารร่วมของทีม จากประเด็นข่าวดังที่เกิดขึ้น ถึงการต่อต้านไม่ให้ทีมเข้าร่วมในลีก ที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ สโมสรโดนโจมตีอย่างหนักในขณะนี้ และเพื่อแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ต้องการเข้าร่วมงานกับ ยูฟา  และจะขอทำหน้าที่ของตัวเอง จนถึงจบซีซั่น 2020-2021 นี้เท่านั้น

จากกระแสส่งผลให้มีข่าวแว่วมาว่าทาง  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมตัดปัญหาความขัดแย้ง และรับผิดชอบต่อสโมสรทันทีด้วยเช่นกัน  เพราะตัวเวิร์ดเองไม่สนับสนุนแผนของตระกูลเกลเซอร์ และไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจ ในแผนงานช่วงสุดท้ายของโปรเจ็กต์นี้เลย ที่ว่ามีการต่อต้านไม่ให้ทีมเข้าร่วมในลีกที่จัดขึ้นใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน ที่ทาง แมนยูล่าสุด ได้ประกาศตัวเป็น 1 ใน 12 ทีมจากสโมสรยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรป ที่ต้องการแยกตัวออกจากรายการใหญ่ ระดับทวีปของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่กันเองนั้น  ทั้งแฟนบอลและผู้เล่นในทีมเอง ก็ไม่ต้องการให้ทีมเข้าร่วมในลีกดังกล่าวด้วย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคนที่ผลักดันให้ทีมปีศาจแดง ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก พร้อมเตรียมตัวลาออกจากจากตำแหน่ง การเป็นสมาชิกของสมาคมสโมสรฟุตบอลยุโรป เพื่อเป็นการรับผิดชอบที่เป็นส่วน ให้เกิดเรื่องราวใหญ่ ในการโดนโจมตีอย่างหนัก แม้ว่าจะไม่รู้เรื่องในโปรเจ็คต์รอบท้ายก็ตามเอ็ด วู้ดเวิร์ด

เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 19 เมษายน  เขาก็ตัดสินใจแน่นอนที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ และมีการประกาศจากสโมสรอีกครั้ง เมื่อวันอังคารที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด จะแยกทางกับทีมในช่วงสิ้นปีนี้จริง และทางทีม “ปีศาจแดง” มีแถลงการณ์ว่าพวกเขาถอนตัวจากโปรเจ็กต์การจัด ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แล้วเช่นกัน 

ในการเข้าร่วมรายการใหม่อย่าง ซูเปอร์ลีก นั้นเป็นแนวคิดของตระกูลเกลเซอร์ โดย เอ็ด วู้ดเวิร์ดไม่ได้ร่วมสนับสนุนในแผนงานดังกล่าวเลย และดูท่าจะรับไม่ได้กับแนวคิดนี้ จนเป็นกระแสโดนโจมตีอย่างหนักถึงตัวสโมสรเอง เพราะเขามีบทบาทสำคัญให้ตระกูลเกลเซอร์เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมไป เมื่อปี 2005 ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งเป็นซีอีโอของทีมในปี 2012

ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยการอำลาของเอ็ด วู้ดเวิร์ด ก่อนปิดตำนาน 9 ปีกับสโมสรยักษ์ใหญ่ มันเกิดขึ้นในปี 2019 ตอนนั้นที่กุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เสนอแนะนำให้สโมสรดึง สตีฟ วอล์ช อดีตหัวหน้าทีมของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาทำงานในบทบาทเดียวกันที่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็มีกระแสข่าวว่า เอ็ดไม่สนใจในการเสนอของเขาแต่แรกแล้ว

ผลงานและการรับตำแหน่งของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ก่อนปิดตำนาน ผู้บริหารคนดังทัพปีศาจแดง

ผู้อำนวยการของทัพปีศาจแดง เอ็ด วู้เวิร์ดเข้ามารับตำแหน่งในขณะนั้น ในปี 2005 เขามีส่วนสำคัญในการจัดการพัฒนาแผนการตลาด รับผิดชอบหน้าที่ต่อจาก เดวิด กิลล์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยเขาได้แต่งตั้ง ริชาร์ด อาร์โนลด์ ขึ้นเป็นผู้อำนวยการด้านการค้าให้เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ร่วมกันกับเขาด้วย

ตัวจบการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยริสตอลในปี 1993 และได้เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เป็นผู้สอบบัญชีในปี 1996 เอ็ด วู้เวิร์ด เคยทำงานเป็นนักลงทุนระดับซีเนียร์ให้กับ เจ.พี. มาก่อนในระยะเวลาช่วงปี 1999 ไปจนถึงปี 2005 ก่อนที่จะได้รับโอกาสมาทำงานที่นี่ วู้เวิร์ดก็เคยทำงาน ทางด้านบัญชี และที่ปรึกษาด้านภาษีในช่วงปี 1993 ถึง 1999

 เขาได้พัฒนาแผนการตลาด มีการร่วมระดมความคิดด้าน ตลาดซื้อขายนักเตะ ให้คำปรึกษาทางด้านการเงินในปี 2007 และด้านการค้า และสื่อต่างๆ พัฒนาการวางแผนการตลาดนี้ทั้งหมดให้กับสโมสร นอกจากนี้ก็ยังพัฒนาด้านสปอนเซอร์ของทีมด้วย ได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในผู้บริหารของทีมในวันที่ 30 เมษายน ก่อนที่จะได้เป็นรองประธานฝ่ายบริหารของสโมสร

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของทัพเร้ดอาร์มี่ จากการอำลาตำแหน่งกุนซือของ “ฟอร์กี้” ซึ่งถือก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับ เอ็ด ในเวลานั้น ที่จะได้สร้างชื่อให้กับตัวเอง และเขาได้เลือกแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ ขึ้นมาคุมทัพ พร้อมกับการคว้าตัว วน มาต้า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ทำให้สโมสรสูญเสียเม็ดเงินร่วม 60 ล้านปอนด์ หรือ (ประมาณ 2,640 ล้านบาท)

ปัญหาของทีมในตอนนั้นแฟนบอลต่าง วิเคราะห์ทีมแมนยู จากที่ทีมต้องปรับตัวกับการที่ขาด เซอร์ เล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนถึงปัจจุบันนี้เขายังไม่สามารถพา “ปีศาจแดง” ไปได้ถึงแชมป์ พรีเมียร์ลีก สักทีถือเป็นจุดร้ายของตัวเขา และเป็นเรื่องขัดใจเหล่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” มาตลอดตั้งแต่ที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก เดวิด กิลล์ เมื่อปี 2012

ผลงานการล่าตัวนักเตะชื่อดัง ที่มีราคาค่าตัวและค่าเหนื่อยแสนแพง อเล็กซิส ซานเชซ, มารูยาน เฟลไลนี่, มาร์กอส โรโฮ, อังเคล ดิ มาเรีย, ดาลีย์ บลินด์, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, เมมฟิส เดอปาย, มัตเตโอ ดาร์เมียน, เฮนริค มคิทาร์ยาน เป็นผลงานของ เอ็ด ซึ่งเซ็นมาในราคาที่แพงกว่ามูลค่าจริงในตลาดด้วย รวมถึงนักเตะอย่าง  ปอล ป็อกบา กับ โรเมลู ลูกากู

ถึงตัวเขาจะทำการปิดดีลนักเตะสำคัญมานักต่อนักแล้วก็ตาม  แต่การล่าตัว เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้วแห่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ทางสโมสรจับตาดูฟอร์มและหมายจะคว้าตัวมาร่วมสองปี แม้ว่าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะเป็นเป้าหมายของนักเตะหลายคน แต่สำหรับตนนี้ยังไม่สามารถปิดการเจรจามาร่วมทีมได้เสียที

รองประธานสโมสรแมนยู เอ็ด วู้ดเวิร์ดครองอันดับ 1 ผู้บริหารรายได้สูงสุดในพรีเมียร์ลีก

ซึ่งจากแหล่งข่าวรวบรวมมาว่า เอ็ด วู้เวิร์ด ในตำแหน่งผู้บริหารที่ได้รับค่าจ้างมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก มื่อซีซั่น 2018-2019 รับมากถึง 3.16 ล้านปอนด์ หรือ (ประมาณ 129 ล้านบาท) และช่วงฤดูกาล 2019-2020 ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 3.09 ล้านปอนด์ หรือ (ประมาณ 126 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดในตำแหน่งผู้บริหาร ระดับของพรีเมียร์ลีกถึง 2 ปีติดกัน

โดยมีบิ๊กบอสของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แดเนี่ยล เลวี่ ที่ได้รับอยู่ราว 2.96 ล้านปอนด์ หรือ(ประมาณ 120 ล้านบาท)  ที่สูงตามมาเป็นอันดับ 2 และตลอดเวลาการทำงานของ เอ็ดมีหลายกระแสที่ได้วิจารณ์ถึงการ วิเคราะห์บอล และในการทำงานของเขา ทั้งรื่องนโยบายของสโมสร จนทำทีมตกต่ำไปและยังไม่ได้ครองแชมป์เสียที

ก่อนจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เอ็ด วู้เวิร์ด ตัดสินใจอำลา หลังถูกต่อต้านอย่างหนักจากแฟนบอล และหลายๆ ฝ่าย แม้คนใกล้ชิดจะออกมาให้ข่าวว่าตัวเขาเองนั้น ได้ตัดสินใจเรื่องการลาออกจากตำแหน่งมาก่อนหน้าแล้ว แต่เรื่องความล้มเหลวของการร่วม ยูโรปี้ยน ซูเปอร์ลีก ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ

 

  • เรื่องราวเจาะลึกทุกแง่มุม เพิ่มช่องทางการวิเคราะห์ และสาระน่ารู้อื่นๆได้ที่ www.championsweek2015.com

 

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ ล่าสุด