วันที่ 20 กันยายน 2021 12:39 AM
Championsweek2015.com

วันที่สิงโตผจญโลก เมมฟิส เดอปาย

อัพเดทเมื่อ 10 กรกฎาคม 2021 เข้าดู 15 ครั้ง

เมมฟิส เดอปาย ดาวดวงใหม่จากเมืองสิงโต กำลังเปล่งเเสง

เมมฟิส เดอปาย วันที่สิงโตเผชิญโลก กับเจ้าหนุ่มน้อย ซึ่งเรื่องราวของเขา หากเปรียบเป็นเครื่องเล่นในสวนสนุก ก็ต้องบอกว่ามีไทม์ไลน์ ที่โดดเด่น ไม่ต่างอะไรกับรถไฟเหาะ เริ่มจากการเติบโตมา ในอาร์คาเดียมี่ สโมสรพีเอสวี ไอโฮเฟน ซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ ของประเทศ แล้วก็สร้างผลงานได้โดดเด่น ตั้งแต่อายุ 18 ปี

จนพอเข้าช่วงอายุ 21 ปี ก็ได้มีโอกาสย้าย ไปร่วมทีมระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใคร ที่รู้จักเค้าดีมากนัก แต่ตอนที่ย้ายมาสวมเสื้อสีแสดง เมมฟิส เดอปลาย ได้รับความไว้วางใจมาก ถึงขั้นที่ได้ใส่เสื้อเบอร์ 7 อันเป็นเบอร์ระดับตำนาน ของสโมสร

เมมฟิส เดอปาย

ได้รับการปักชื่อของเขา มันยิ่งเป็นหลักฐานว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คาดหวังกับตัวเขาไว้มากขนาดไหน นอกจากนั้นเมมฟิส เดอปาย ยังเป็นแข้งจากพีเอสวี คนที่ 4 ในประวัติศาส ที่ย้ายจากพีเอสวี มาร่วมทีมปีศาจแดง โดย3คนก่อนหน้าเขา ต่างก็ประสบความสำเร็จ ในโรงละครแห่งความฝันแห่งนี้ ตั้งแต่รุ่น ยาบ แสตมป์ รุจ ฟันนิสตรอย พาคจีซอง

แต่กลายเป็นว่าโรงละครแห่งความฝัน ของทั้งสามคน ก่อนหน้านี้ ดันเปลี่ยนเป็นโรงละครแห่งความฝันร้าย สำหรับเมมฟิส เดอปาย เขาเล่าเรื่องที่ผ่านมาผ่านสื่อว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ตอนเขาอยู่อังกฤษ มันเป็นเรื่องที่โทษใครไม่ได้

เค้ายอมรับว่า เค้ามุ่งมากมันมากเกินไป จนทุกอย่างผิดเพี้ยน เค้ากดดันตัวเองมากเกินไป เพราะต้องการสร้างความประทับใจ ให้คนอื่นเห็น และยังคิดถึงเรื่องนี้เรื่องนั้น ในหัวจนยุ่งเหยิงไปหมด จนสุดท้าย ก็ทำให้เขาแทบไม่มีที่ยืน ในทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล จนมาถึงยุคของ โซเซ่ มูรินโญ่ โดยมีประเด็นสำคัญ อีกเรื่องนั่นก็คือ

การทำแบบฮิปฮอป ซึ่งสวนทางกับผลงาน ที่เค้าขายพาวเวอร์ของเค้า ตรงจุดนี้ เมฟิส เดอปาย บอกว่าเค้าไม่ได้ทำเพราะอยากโดดเด่นอยากดัง แต่มันคือตัวตนของเค้า บางครั้งเวลาคุณเล่นไม่ดี หลายคนอยากให้คุณหดหัวอยู่แต่ในบ้าน แต่นั่นไม่ใช่ผม เพราะผมยังใช้ชีวิตปกติของผมทุกวันนี้

ตอนผมอายุ 21 ผมเป็นคนเช่นเดียวกัน กับหนุ่มสาวทั้งโลก ที่กำลังแสวงหา ว่าชีวิตคืออะไร ซึ่งก็ด้วยชุดความคิดแบบนี้ของเค้า ที่ส่งให้เขา กายมาเป็นเหยื่อแสนโอชา ของสื่อเเดนอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องของการขุดคุ้ย เรื่องนักฟุตบอลมาชม และลงหน้าหนังสือพิมพ์

ถึงเวลาแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อเมมฟิสถูกถามว่า ที่ชีวิตนักฟุตบอลของเค้าล้มเหลว กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพราะซื่อมีส่วนทำด้วยใช่ไหม คำตอบที่ได้รับมันก็แปลก เพราะเขาเลือกจะบอกว่า ไม่ใช่ความผิดของใครเลย สื่อก็ไม่ผิด เพราะสื่อไม่ได้เป็นเครื่องกำหนด แนวทางการเล่นของผมในสนาม รวมถึงสโมสรเอง ก็ไม่ได้ปฏิบัติกับผมแบบผิดๆ

ในปี 2017 ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เลือกจะขาย เมมฟิส เดอปาย ออกไปให้กับ โอลิมปิก ลียง พอเห็นว่าความหวังกับรีบหรี่ ที่ยังหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ในสัญญาที่ระบุว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะสามารถซื้อตัวคืนได้ ในระยะและจำนวนเงินที่ตกลงกัน

สิ่งที่ควรจะรู้ก็คือในวันที่ เมมฟิส เดอปาย เก็บข้าวของออกจากสโมสร เค้าได้พูดกับ โซเซ่ มูรินโย่ เพียงสั้นสั้นว่า หลังจากนี้ ผมสัญญาว่าคุณจะได้เห็น ผมอยู่ที่จุดสูงสุดของวงการ อาจฟังดูเหมือนเป็นคำพูด ของเด็กปากไม่สิ้นกินน้ำนม แต่ในนั้นลึกของใจ เมมฟิส เดอปาย สิ่งที่เขาพูดไปมันไม่ใช่เกิดจากจองหอง หรืออาฆาต

แต่หากเกิดจากความมั่นใจ ในตัวของเขาเอง เกิดจากความรู้สึกในศักยภาพของตัวเองดี ว่าจะสามารถ ก้าวไปได้ไกลขนาดไหน ช่วงเวลาหลายปี ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กลายเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ซึ่งมีส่วนสำคัญ ในการสร้างให้เมฟิส เติบโตขึ้นมามาก เขาได้เรียนรู้ เกมการเล่นและพัฒนาการเล่นของตัวเอง

แต่ไหนแต่ไรมา เมมฟิส เป็นคนชนิดขยันซ้อม แม้กระทั่งตอนอยู่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีซีซั่นสอนพิเศษกับ นักเตะในตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊ก เขาก็ไม่พลาดที่จะเข้าซ้อมเสมอ แต่คนไม่เคยมองผ่านเข้ามาเห็น เนื่องจากพบเจอแต่ภาพลักษณ์ของหนุ่ม ที่มีความชื่นชอบแฟชั่นและรถยนต์

แต่รถไฟเหาะที่กำลังดิ่งลง เขาได้เวลาเชิดหัวขึ้นสู่ฟ้าใหม่อีกครั้ง เมื่อเขาได้เล่นกับ โอลิมปิก ลียง เมมฟิส เดอปาย ใช้เวลาสามปี เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กหนุ่มที่คิดน้อย กายมาเป็นผู้ใหญ่ที่โตกว่าอายุ ก่อนจะได้รับความไว้วางใจ ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม เมื่ออายุ 26 ปี ควบคู่ไปกับผลงานในสนาม

ที่เขากลายเป็นหัวใจในเกมรุกของทีม เขาเล่าว่าประสบการณ์ชีวิต ที่ผ่านมาถือเป็นสิ่งที่ดี และเขาไม่โทษใคร เพราะสิ่งที่เขาทำแค่การเรียนรู้ ที่จะหลับตาแล้วก็ปิดหูเสียบ้าง รอยต่อเวลายังสร้างให้เขา มองเห็นชีวิตรอบข้างมากขึ้น และตั้งมูลนิธิเมมฟิส เดอปายขึ้นมาช่วยเหลือเด็กๆ ที่ประสบปัญหาหูหนวกตาบอดในแอฟริกาและฮอลแลนด์

นี่คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา ในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี จากการเป็นวันเดอร์คิดส์ของฮอลแลนด์ และไปตกระกำลำบากพที่อังกฤษ ก่อนจะกลับมาชุบตัวเองใหม่ที่ฝรั่งเศส และในเวลานี้ เขาค้นพบการผจญภัยครั้งใหม่ ในอีกระดับของการแข่งขัน เมื่อตกลงย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย

กลับความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และการเป็นตัวเองที่มองเห็นคนรอบข้างมากขึ้น จึงพอจะมั่นใจว่า เมมฟิส เดปาย พร้อมแล้วกับความท้าทายครั้งใหม่ในชีวิต จะว่าไปแล้วชีวิตของเขาก็เหมือน รอยสักหน้าสิงโตบนแผ่นหลังเขานั่นแหละ

สิงห์ตัวข้างหลังผมมันคือตัวผมเอง ผมเชื่อแล้วรู้สึกว่า ผมเกิดมาท่ามกลางอันตราย ผมเชื่อและเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น สิ่งที่ผ่านมาช่วงเวลาที่ยากลำบากในป่ากว้าง มีบาดแผลจากการเหยียบย่ำมามากมาย และเมื่อถึงเวลาที่สิงโตฝ่าฟันอุปสรรค

ทุกอย่างมาได้มันก็จะได้นั่งบัลลังก์ของเจ้าป่า อย่างสง่างาม วันนี้สิงโตนามว่า เมมฟิส เดดปาย กำลังจะออกไปสู่การผจญโลกอีก ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความฝัน ที่เขากว่าจะฝ่าฟันขึ้นมาได้ และนี่คือตำนานของสิงโตคำรามนามว่า เมมฟิส เดปาย

ช่วยสุดตัว เมมฟิส เดอปาย ยอมลดค่าตัวจากบาเซโรน่า เพื่อช่วยพยุงสโมสร

เมฟิตเดอปายกับข่าวโชว์สปิริต ยอมลดค่าเหนื่อยจากสโมสรต้นสังกัด 30% เพื่อที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของสโมสร เพื่อที่ต้องการจะรับนักเตะหน้าใหม่เข้ามาร่วมทีม ซึ่งกองหน้าหน้าตาดีจาก ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ พร้อมเป็นเจ้าบุญทุ่มของบาร์เซโลนา ลาลีกา สเปน ตกลงกับสโมสร พร้อมที่จะลดค่าเหนื่อย

หลังจากที่ได้ย้ายมาจากโอลิมปิกลียง ซึ่งเป็นการย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว และในตอนนี้ทางต้นสังกัด ที่เขาได้ย้ายมาอย่างบาร์เซโลนา ต้องการที่จะเพิ่มผู้เล่นใหม่เข้ามา แต่ในทางด้านของสโมสรยังมีปัญหา ทางด้านของการเงิน ดังน้ำจึงทำให้หรือเดอปาย ได้ตัดสินใจยอมลดค่าเหนื่อยของตัวเอง จากที่เคยตกลงไว้กันที่ ปีละ 7,000,000 ยูโร

แต่ก็ยังเป็นข่าวที่น่ายินดี เพราะเขายินดีที่จะช่วยสโมสรอยู่แล้ว เพราะต้องการที่จะเห็น การเติมความฝันของนักเตะใหม่ เพื่อที่จะเข้ามาค้าแข้งในสโมสรของตัวเองอย่าง  อาเกโร่ เมสัน รอย่อ เอลิกาเชียร์ และอีกหลายหลายคน ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถลงทะเบียน เป็นนักเตะได้ เนื่องจากยังขาดปัญหา ของเรื่องการเงิน

และในขณะเดียวกันก็ยังมี ลีโอแนล เมสซี ที่กำลังจะหมดสัญญากับบาร์เซโลนา ซึ่งในตอนนี้ทางต้นสังกัดเอง ก็ยังไม่สามารถขยายเพิ่มขึ้นมาได้ ดังนั้นเมื่อเสร็จภารกิจ จากการนำทีมชาติของตัวเอง สู้ศึกยูโรในฐานะทีมชาติของเนเธอร์แลนด์ ที่เขาพาทีมไปถึงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

แต่เค้าก็ยังสามารถโชว์ความเด่น ในการยิงได้ถึง2ประตู และยังจ่ายให้เพื่อนร่วมทีม ยิงได้อีก 1 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นดาวเด่นของทีม ที่ได้สร้างความตื่นเต้น และข่าวดีดีเกิดขึ้นอย่างมากมาย

ซึ่งถึงอย่างไรก็ตามข่าวคราวของเดอปลายก็ยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะเขาถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะ ที่ได้สร้างความประทับใจใ ห้กับแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน

ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้มีข่าวรือ ออกหน้าหูว่า เตรียมที่จะย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า ในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ตัวเองจะหมดสัญญากับต้นสังกัดอย่างโอลิมปิกลียง ซึ่งเขาได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด และต้องบอกว่ากำลังจะเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ ในช่วงซัมเมอร์

และในตอนนี้ดาวเตะวัย 28 ปี ได้มีการแถลงเขาก่อนเกมยูโร 2020 ในนัดที่สองที่จะเจอกันกับออสเตรเลียว่า เขากำลังติดต่อพูดคุยกับบาร์เซโลนาพอดี จะเข้าไปเป็นตัวเสริมทัพในฤดูกาลหน้า ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่ได้เจรจากันแบบจริงจังเป็นเวลานานแล้ว

และตามจริงในความฝันของผมคือ การได้ร่วมงานกับ โรนัลครู อีกครั้งซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่า เมมฟิสเดปายจะเป็นนักเตะพีเอเย็นคนที่สาม ที่ได้มีส่วนร่วมย้ายไปเล่นกับทีมบาร์เซโลนา ในช่วงฤดูกาลหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้มี

เซร์คิโอ อเกวโร เอริก การ์เชีย และต้องมาดูกันว่า ในการย้ายมาร่วมทีมกับบาเซโลนา หน้าจะเป็นการแจ้งเกิดดาวดวงใหม่ดวงนี้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งยังถือว่าเค้าต้องการที่จะจรัสแสง เพราะยังถือว่าในวัย 28 ปีตอนนี้ ยังเป็นวัยที่เขาต้องการ ฝากความทรงจำดีๆเอาไว้

ติดตามข่าวใหม่ๆได้ที่ <<<<<<<  championsweek2015.com >>>>>>>>

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด