วันที่ 2 สิงหาคม 2021 3:37 PM
Championsweek2015.com

เกมหงส์แดง

อัพเดทเมื่อ 22 มีนาคม 2021 เข้าดู 6 ครั้ง

เกมหงส์แดง พบกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เกมหงส์แดง มาถึงนัดสุดท้ายของสัปดาห์นี้ ที่ทุกคนรอคอย ทุกสายตาจับจ้องไปที่ สนาม anfield กับเกมแดงเดือด กับเกมที่ไม่ต้องสาธยายความสำคัญด้านศักดิ์ศรีให้มากมาย ขนาดที่ว่าคนที่ไม่ใช่แฟนบอลตัวจริง หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้ดูบอล ก็ยังสัมผัสกับบรรยากาศที่เข้ามาเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ มีรอยแหว่งรอยเดียว ในการเล่นตลอด 21 นัดในฤดูกาลนี้ คือการเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องทำให้พวกเขาเสียแต้ม และ เยอร์เก้น คล็อปป์ คุมทีมเจอกับ สโรชา 2 นัดก่อนหน้านี้ก็ไม่ชนะ แรงจูงใจต่างๆที่ดูเหมือนว่า ลิเวอร์พูล จะมีกำลังใจมากขึ้น เพราะนัดก่อนหน้านี้เล่นที่สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด

แต่นี่เป็นการกลับมาเล่นที่สนาม anfield ซึ่งย้อนกลับไปในแมตช์แรก ลิเวอร์พูล อาจจะเล่นดูเกรงๆไป เขาได้ปรับแผนให้ โรบินสัน และ เท้น ไม่ต้องดันขึ้นสูงในครึ่งแรก ทำให้ครึ่งแรกเสียประตูไป 1 ลูก พอมาครึ่งหลัง ถึงได้มาปรับให้ทั้งสองผู้เล่น กลับมาเล่นในสไตล์ที่เล่นเป็นประจำอยู่แล้ว ก็เลยทำให้ทั้งสองผู้เล่น เล่นได้อย่างอิสระ เป็นการปิดช่องโหว่ และทำให้ ลิเวอร์พูล ได้ลูกดีเสมอมา เชื่อว่าถ้าเขาไม่คิดเยอะ เล่นตามสไตล์ของ เกมหงส์แดง ที่เล่นเกมรุกตลอดเวลา และปิดเกมรับด้วยการถ่ายบอลไปมาตลอดเวลา

แต่เกมระหว่าง manchester united มันมีอะไรมากกว่านั้น มีทั้งแทคติก และศักดิ์ศรี มีทั้งแฟนบอลที่คอยหนุน และกำลังใจจากผู้เล่น ที่ถาโถมเข้ามา ทำให้การเล่นในบ้านนัดนี้ เกมหงส์แดง จะยังได้เปรียบอยู่ แต่อย่าลืมว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน 11 นัดที่ผ่านมา พวกเขาแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล แค่เพียงนัดเดียว แต่นาทีนี้ ผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไร้ซึ่งความกดดัน เพราะว่าตอนนี้ทีมเขา แทบจะไม่มีหนทางในการชนะได้เลย

เพราะด้วยผู้เล่นตัวหลักเจ็บ ตัวสำลองที่เข้ามาเติมเต็ม ก็มีอาการบาดเจ็บอีกแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยังสามารถพาทีมให้มาอยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า ทีมความมุ่งมั่นมากทั้งพูดเล่น และทีมสต๊าฟโค้ช จึงทำให้นัดนี้ manchester united แทบจะไม่มีการกดดัน เพียงแค่ทำให้ดีที่สุด สำหรับการแข่งในนัดที่กำลังจะถึง

และในทางของ ลิเวอร์พูล ที่กำลังจะได้นักเตะบาดเจ็บ กลับมาลงเล่น เพื่อเติมเต็มทีม ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี จึงทำให้ ลิเวอร์พูล งั้นอาจจะมีแต้มต่อและภาษีที่ดีกว่า ซึ่งอาจจะเป็นช่องว่าง ที่จะทำให้พวกเขา เก็บคะแนนที่สำคัญ 3 แต้มนี้กลับบ้านได้ แต่ทางฝั่ง manchester united ซึ่งเป็นผู้ที่แสดงให้เห็นแล้วว่า ความมุ่งมั่นของพวกเขา สามารถเก็บแต้มให้กับนัดที่สำคัญ หรือในแมทช์ที่ต้องเจอกับทีมใหญ่ๆ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดีมาโดยตลอด ถึงจะมีแรงกดดันจากแฟนบอล โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ยังคงทำหน้าที่ผู้จัดการทีม และดึงศักยภาพของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเกมหงส์แดง

วิเคราะห์หลัง เกมหงส์แดง – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งในส่วนของ เกมหงส์แดง ไม่แพ้และสามารถที่จะเก็บแต้มมาแล้ว 38 นัดในลีก (ชนะ 33 เสมอ 5) ซึ่งถือเป็นสถิติไร้พ่ายนานที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยมีเพียง อาร์เซน่อล และ เชลซี ที่มีสถิติยาวนานกว่านั้น (49 และ 40 นัดตามลำดับ)

และข้อดีที่สำคัญในช่วงอาทิตย์ท่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นเวลาที่ที่เหมาะแก่ทีมและ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันค่อนข้างได้รับข่าวดีในเรื่องของสภาพทีม เนื่องจากบรรดาแข้งเดี้ยงอาทิ ฟาบินโญ่, โฌแอล มาติป และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ต่างกลับมาซ้อมได้ตามปกติแล้ว โดยเฉพาะสองรายแรกที่มีลุ้นคืนทีมในเกมนี้เลย

แต่ทังนีทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมอย่างไรก็ตามทีม ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้ 100 % ว่าผู้เล่นที่กำลังจะหายเจ็บอย่าง เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และ เดยัน ลอฟเรน ยังคงอยู่ในช่วงใกล้รีเทิร์น และยังจะไม่ได้มีส่วนร่วมต่อไป โดยสามแนวรุกสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ อยู่กันพร้อมหน้า

และนี่คือรายชื่อผู้เล่น ลิเวอร์พูล ในรูปแบบของการเล่นระบบ (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ในส่วนของทีมท่กำยู่ในช่วงที่ยากลำบาก และกำเจอกับปัญหารุมเล้า ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วกเข้าไม่แพ้เลยในการพบทีมกลุ่มท็อปโฟร์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยเอาชนะ แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์, เชลซี และก็เสมอ ลิเวอร์พูล แต่ 34 แต้มที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ถือว่าน้อยที่สุดหลังจากผ่าน 22 เกมในลีกสูงสุด ตั้งแต่ปี 1989-90 ซึ่งตอนนั้นเก็บได้แค่ 24 คะแนน

แถมด้วยยังต้องเจอปัญหานักเตะที่สามารถนำมาใช้งานยังขาดมือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ยังคงต้องรอลุ้นอาการบาดเจ็บแผ่นหลังของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้รับมาจากเกมชนะ วูล์ฟส์ ในเอฟเอ คัพ กลางสัปดาห์ ซึ่งพวกเขาพร้อมที่จะประเมินกันจนถึงนาทีสุดท้ายเลยทีเดียว

ซึ่งจากที่สื่งการแพทย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายของ ลุค ชอว์ ก็มีปัญหาที่อากการบาดเจบเอ็นหลังหัวเข่าต้องรอเช็กร่างกายอีกที แต่ในรายของ ปอล ป็อกบา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, มาร์กอส โรโฮ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ยังคงชวดเหมือนเดิม ส่วน เอริก ไบยี่ นั้นมีลุ้นรีเทิร์น หลังลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องแบบปิดไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

และนี่คือราชื่อของผู้เล่น 11 ตัวจริงก็เป็นไปตามคาดการณ์ของหลายๆสื่อ  แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาเล่นในระบบ (4-2-3-1) ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน บิสซาก้า, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เฟร็ด, เนมานย่า มาติช – ฆวน มาต้า, อันเดรียส เปเรยร่า, แดเนียล เจมส์ – อองโตนี่ มาร์กซิยาล

และนี่คือศึกแดงเดือดที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ รับรองว่ายังมีการวิเคราะห์เกมส์ที่ดังๆอีกอย่างแน่นอน หากสนใจสามารถติดตามรับชมข่าว และบทวิเคราะห์เกมส์ ที่สดใหม่ทุกวันไดตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.championsweek2015.com

 

พรีเมียร์ลีก ล่าสุด