วันที่ 19 มิถุนายน 2021 7:27 PM
Championsweek2015.com

หลุยส์ นานี่

อัพเดทเมื่อ 28 พฤษภาคม 2021 เข้าดู 10 ครั้ง

หลุย นานี่ ไม่มีสทธิ์เลือกเกิด แต่เลือกจะเป็นนักฟุตบอล

หลุยส์ นานี่ ไม่มีสิทธิ์เลือกเกิดแต่เลือกที่จะเป็นนักฟุตบอล คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ ในเดือนพฤษภาคมปี 2007 คารอสเตรอสซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่ง เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมเฟอร์กุสัน manchester united เขาติดต่อสายโทรหาเอาดิโอเปร่าหัวหน้า ของสโมสรสปอร์ติ้งลิสบอนเป้าหมายของทุกคนในเวลานั้น คือการพูดคุยถึงนักฟุตบอลอายุ 21 ปีคนนึงที่มีนามว่าหลุยส์นานี ข้อมูลที่คนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องการไม่ใช่เรื่องผีเท้า หรือความสามารถของเขา ตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ดีพอแล้ว

สิ่งเดียวที่พวกเขาอยากรู้คือ บุคลิกและอุปนิสัยใจคอรวมถึงความสามารถ ในการแบกรับความกดดันว่าจะอยู่ได้ไหมหากต้องย้ายไปเริ่มต้น ชีวิตใหม่กับสภาพแวดล้อม ในประเทศอังกฤษโดยใช้ชีวิตและเติบโตมา ในเมืองมาดอลลาร์ย่านชานเมือง ของกรุงลิสบอนที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองราว 10 กิโลเมตรที่นั่นมันเป็นหย่านเสื่อมโทรม และมีการเก็บสถิติว่า 30% ของคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ถึง 30 ปีส่วนใหญ่จะมีประวัติการก่ออาชญากรรม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งและแน่นอนว่า มันไม่ใช่สถานที่ซึ่งน่าภิรมย์นัก

ในการใช้ชีวิตของใครก็ตามตอนอายุ 7 ขวบหรือนี้ต้องพบเจอกับการพลัดพราก เป็นครั้งแรกจากการที่คุณพ่อของเขา หนีกลับบ้านเกิดที่หมู่เกาะเคปเวิร์ด แล้วไม่กลับมาอีกเลยต่อมาในวัย 12 ปีการจากลาเกิดขึ้นกับชีวิตของเขานั้น เกิดอีกครั้งหนึ่งโดยคุณแม่ตัดสินใจ ย้ายไปอยู่ฮอลแลนด์ในสิ่งที่ หลุยส์ นานี่ นั้นต้องใช้ชีวิตอยู่กับคุณป้าของเขาทุกวัน ในตอนนั้นหรือนานี่ที่ต้องเดินทางประมาณ 6 ไมย์เพื่อไปซ้อมฟุตบอลที่สโมสรท้องถิ่นซึ่งในบางครั้ง หากวันไหนที่เขาสายเขาก็จะใช้วิธีขึ้นรถไฟแทน แต่มันเป็นการขึ้นรถไฟโดยไม่มีตั๋ว เพราะเขาไม่มีเงินนั่นเองแต่สิ่งที่ให้เขาเป็นนักฟุตบอล

ที่มีฝีเท้าดีในสโมสรหากแต่เป็นสนามฟุตบอล ข้างถนนเขาฝึกฝนตนเอง เรียนรู้การเล่นฟุตบอลได้ทั้ง 2 เท้าเป็นชั่วโมงในการฝึกเตะลูกบอล ได้ทั้งสองข้างซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนกว่าเขาจะพอใจเพราะว่าผมนั้น อยากให้เท้าซ้ายของผมมีประสิทธิภาพ เท่ากันกับเท้าขวาผมต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง เพื่อฝึกฝนทุกวันและในบรรดาเด็กๆ ที่เตะฟุตบอลทั้งหมดนั้นนานี่ คือคนเดียวที่ไม่เคยหยุดที่จะฝัน และทุ่มเทฟุตบอล 5 คนนั้นจะมีกติกาก็คือ ทีมที่ชนะเล่นต่อไปเรื่อยๆ

ส่วนทีมที่แพ้ก็ต้องไปพักนั่งรอคิว นานมากกว่าจะวนมาถึงและหากเมื่อใด ที่นานี่แพ้เขาจะนั่งซึมทันที เพราะว่าเขาต้องการเล่นทุกวันตลอดเวลา เขามักจะชนะเสมอสิ่งเดียวที่เขาต้องการก็คือ การเล่นฟุตบอลอีกหนึ่งปัญหา ที่นานี่ที่ต้องเผชิญกับความเป็นคนแปลกหน้า ของตนเองในท้องถิ่นเหมือนเช่นที่เด็กๆ ซึ่งเกิดจากครอบครัวผู้อพยพ แต่สถานะของนางนี่ไม่ใช่ทั้งผู้อพยพ และไม่ใช่พลเมืองโปรตุเกสด้วยซ้ำ จนกระทั่งเขาอายุ 18 ปีปัญหาอย่างต่อมาก็คือความหิวโหย นานี่จะใช้ชีวิตอยู่กับป้า ก็จริงแต่ฐานะก็ไม่ได้ดีมากเท่าไหร่

ทำให้หลายครั้งนะครับ หลุยส์ นานี่ ที่ต้องกลายเป็นขโมยอาหาร จำพวกผลไม้และอื่นๆมาประทังชีวิต ในแต่ละวันในครั้งหนึ่งนานี่ไม่เคยลืมเลย คือเขาต้องบากหน้าไปขออาหารจากคนในสโมสร รวมถึงขอเสื้อผ้าที่เพื่อนไม่ใช้แล้ว เนื่องจากความยากจนทำให้เขา ไม่ค่อยมีเสื้อผ้าดีๆจะใส่และที่ใส่อยู่ก็ขาด จนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเสื้อผ้าได้เต็มปากนะ ผมโชคดีที่มีเพื่อนคอยช่วยเหลือผม ไม่มีเงินจะซื้อเสื้อพวกเขาก็มีเมตตา บริจาคมาให้บางครั้งพวกเขา ก็ใจดีครับพาผมไปที่บ้าน เอาของให้ผมทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารไปจนถึงรองเท้า

แต่จะชีวิตจะยากลำบากแค่ไหน สิ่งเดียวที่ยังคงชักนำ ให้เขาเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ก็คือฟุตบอลครับโอกาสครั้งแรกของ หลุยส์ นานี่ ในสนามฟุตบอลก็มาถึงสโมสรได้ถูกเชิญให้ไปเล่นกับ benfica หนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งเวลานั้นคุ้มค่าได้ความสำเร็จ ซึ่งงานที่ทำผลงานที่ดีมาก่อนแล้ว ในการซ้อมและเป็นทางสโมสรเบนฟิก้า ที่ต้องการให้เขามาเล่นเป็นคู่ซ้อม แบบจริงจังสักครั้งหนึ่งจึงเป็นที่มา โชคไม่ดีที่วันนั้นนะครับฝนตกหนักทั้งวัน จนแกรมซูเนสส์ต้องยกเลิกการซ้อม เนื่องจากพบว่าสนามหญ้าจะพังจนสุดท้ายแล้ว

หลุยส์นานี่สปอร์ติงลิสบอน ที่มีความพร้อมและจัดการเจ้าตัวนานี่เข้าสู่เข้าสู่สโมสรอายุ 16 ปี 900 ยูโรต่อเดือนเป็นเงินก้อนแรก ที่เขาหามาได้ด้วยลำแข้งก่อนจะถูกเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ยูโรเมื่อเขาเซ็นสัญญาฉบับแรก หากเป็นวัยรุ่นคนอื่นการใช้เงิน เพื่อซื้อหาความสุขตลอดชีวิตของตนเอง ไม่เคยได้รับมาก่อนแต่สิ่งที่นานี่ทำ คือการพาคุณป้าและพี่น้องของเขา ย้ายจากซานตามาริน่าไปหาที่อยู่ใหม่ ในย่านที่มีสภาพแวดล้อม ที่ดีขึ้นกว่าเดิมและนี้ต่างๆ ที่คุณป้าเคยก่อไว้ในนั้น คือสัญญาณว่าชีวิตใหม่ของพวกเขา

เริ่มต้นขึ้นในวันนั้นในเดือนพฤษภาคมปี 2017 ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คาร์ลอส เคยหารือกับโอเลโอเปร่าหัวหน้าสปอร์ติ้งลิสบอนผลสรุปก็คือ หลุยส์นานี่แมนยูไนเต็ด ซื้อเขามาร่วมทีมในวงเงิน 25 ล้านยูโรและในช่วงแรกจะต้องใช้เวลา ในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อม และวิธีฟุตบอลแบบอังกฤษแต่สุดท้ายแล้วนะครับ เขาก็กลายเป็นหนึ่งในนั้น เป็นกำลังสำคัญของทีมที่ไม่อาจจะเรียกได้ เต็มปากว่าเป็นดาวเด่นประจำทีม ก็ตามแต่ผลงานของเขาก็ไม่ได้ขี้เหร่มาก จนรับไม่ได้และก็เป็นทีมแมนยูไนเต็ดเองแหละครับ ที่เขาคว้ากียรติยศมาครองได้อย่างมากมาย ทั้งพรีเมียร์ลีกลีกคัพแชมเปียนส์ลีกและสโมสรโลก championsweek2015.com นำเรื่องราวนักเตะคนนึงเรื่อกเกิดไม่ได้ แต่แลือกที่จะเป็นนักฟุตบอล

หลุยส์ นานี่

หลุยส์ นานี่ ฝันร้ายของเขา กับ เซอร์อเล็กเฟอร์กูสัน

ฝันร้ายครั้งหนึ่งของหลุยส์นานี่ กับ เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2007 สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว หลุยส์นานี่ปีกตัวจี๊ดจ๊าด จากสปอร์ติงมาร่วมทีม ซึ่งแน่นอนว่าการเข้ามาของนางนี่นั้น เจ้าตัวเพิ่งจะมีอายุได้เพียงแค่ 20 ต้นๆด้วยชื่อเสียงของเขานะเวลานั้น บวกกับประวัตินักนักเตะของสปอร์ติงมันก็ยิ่งทำให้แฟน red army ทุกคนรวมถึงผู้จัดการทีม อย่างเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันเอง ต่างก็คาดหวังที่จะได้เห็นการผนึกกำลังร่วมกันบนสนามของเซียโน่โรนัลโด้ และหลุยส์นานีซึ่งแม้ในความเป็นจริง อาจจะไม่ใช่แข่งที่สามารถ ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับเดียว กับคริสเตียโนโรนัลโดได้

แต่เขาก็สามารถอยู่ช่วย ให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คว้าแชมป์มาได้อย่างมากมาย จากการลงสนามไปทั้งหมด 230 นัดยิงได้ 40 ประตูพร้อมจัดแอซิติก 74 ครั้งจากระยะเวลา 8 ปีที่เจ้าตัวขายวิญญาณให้ปีศาจแดง โดยแม้นานี่อาจจะถูกวิจารณ์ทิศทางต่างๆ มากมายว่าเขาพยายามจะเป็น เหมือนคริสเตียโน่โรนัลโด้ มากเกินไปจึงทำให้เสียความเป็นตัวตน แต่เรื่องราวเหล่านี้มันอยู่ที่ว่า ในมุมมองของใครมากกว่าที่จะตัดสิน เรื่องราวที่เขาเป็นอยู่ฝันร้ายนั้น บ้านของเขานั้นอยู่ไกล้กับบ้านของเซอร์อเล็กเฟอร์กุสัน จึงอาสาที่จะเป็นคนขับรถ พาเขาไปส่งที่บ้านอยู่เสมอ

จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งในปี 2010 ตอนนั้นเป็นเกมที่พวกเรา กำลังเสมออยู่กับฟูแล่มด้วยสองต่อสอง และส่วนตัวผมคิดว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมทำผลงาน ได้อย่างดีสุดๆและผมก็กำลังมั่นใจเอามากๆ ในตอนนั้นเองทีมมาได้จุดโทษ และมีโอกาสที่จะขึ้นนำเป็น 3-2 ซึ่งโดยปกติไรอันกิ๊กส์จะเป็นคนรับหน้าที่สังหาร แต่ผมเป็นคนที่เดินเข้าไปหยิบฟุตบอล ด้วยตัวเองแล้วเห็นว่ากิ๊กไม่ได้ว่าอะไร ผมก็เลยตัดสินใจที่จะเป็นคนยิงลูกนั้น ซึ่งสุดท้ายผลมันปรากฏว่า ผมทำพลาดและจบเกมนั้น พวกเราก็ทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอ กับฟูแล่มด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 2 จากนั้นเมื่อเข้ามาในห้องแต่งตัว

เฟอร์กูสั่งก็หันมาที่ผมแล้วไดร์เป่าผมมาในทันที เขาหันมาบอกกับผมว่านะนี่แกคิดว่าแกเป็นใคร ใครอนุญาตให้แกเป็นคนยิง กิ๊กอย่างนั้นหรอจากนั้นเขาก็หันไปหากิ๊กและพูดต่อว่าทำไมแกให้มันยิงจุดโทษ ซึ่งกิ๊กได้ตอบสวนขึ้นมาทันทีว่า เขาหยิบลูกบอลไปเองผมเลยปล่อยให้เขายิง จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่สถานการณ์ปกติ ทุกคนแยกย้ายพากันกลับบ้านซึ่งแน่นอนว่า หลุยส์นานี่กับฝันร้าย เองก็ต้องทำกิจวัตรทุกอย่างตามปกติ โดยการเป็นคนอาสาขับรถพาไปส่งที่บ้าน และนานี่ก็ได้บอกว่า ไม่วันนั้นตลอดเส้นทางจากสนาม จนถึงบ้านของเขาเล็กซ์เฟอร์กูสัน ไม่ปริปากพูดกับผมเลยแม้แต่คำเดียว

นานี่ เบิกสกอร์ลูกที่ 600 ประวัติศาสตร์ยูโร แมตช์โปรตุเกส

เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติโปรตุเกสในการ หลุยส์นานี่คว้าแชมป์ยุโรปปี 2016 อีกด้วยอีกเรื่องนึงที่นานี่นั้น ได้แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นในปี 2006 ที่เขาได้มีโอกาสพบหน้าคุณพ่อเป็นครั้งแรกห ลังที่พ่อจากไปตั้งแต่อายุ 7 ขวบพ่อพยายามที่จะพูดอธิบาย ว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะทิ้งผม แต่พ่อมีความจำเป็นบางอย่าง แต่ผมบอกพ่อว่าพ่อไม่ต้องอธิบาย อะไรหรอกและนานนี่ก็ได้หยุดบทสนทนา ด้วยคำพูดที่ว่าผมสบายดีครับ พ่อผมมีความสุขพ่อไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ผมเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องติดค้าง คำอธิบายอะไรให้ผมเลยในปัจจุบันนี้นะครับนานี่ในวัย 33 ปียังคงอยู่บนเส้นทางความฝัน ของเขาในกีฬาฟุตบอลเดี๋ยวนี้ย้ายไปร่วมทีม orlando city ในเมเจอร์ลีกสหรัฐอเมริกา

และยังคงดูแลครอบครัวต่อไป เพื่อคนที่เขารักและพาเขามาไกลจากจุดเริ่มต้น ในวันนั้นได้ไหมว่าในครอบครัวหรือญาติพี่น้อง ก็ได้ลำบากเขาจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ตลอดด้วยเหตุผลที่เขาบอกว่า ผมไม่มีวันปฏิเสธพี่น้องของผม เราเคยเป็นใครเคยใช้ชีวิตมาแบบไหน ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นใครสักคน ในครอบครัวต้องลำบากครับ เพราะแม้แต่ชีวิตของคนที่สบายที่สุด ในโลกก็ต้องผ่านการดิ้นรนต่อสู้มาก่อน บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่ก็ใช่ว่าจะสุขสบายไปตลอดถ้าเสพจนเคยตัวครับ บางคนเกิดมาบนกองขยะ จะใช้ชีวิตยากลำบากปากกัดตีนถีบ ไม่ใช่ว่าจะลำบากไปตลอด ถ้ารู้จักสู้รู้จักฝ่าฟันอุปสรรค และปัญหาในชีวิตของเรานั้นเอง

การเป็นนักกีฬาฟุตบอลนี่แหละ ที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต ของผู้คนได้อยากได้แน่นอน ไม่ว่าใครจะมีฐานะเป็นอย่างไรฟุตบอล สามารถที่จะต่อเติมความฝันและเป็นแรงผลักดัน ให้กับทุกคนมุ่งสู่จุดหมายที่ตัวเอง เฝ้าหวังและเปลี่ยนแปลงครอบครัว และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลุยส์ นานี่ ได้บอกไว้เช่นนั้นว่าชีวิตคือฟุตบอล ถ้าเรารักในสิ่งที่ทำผลข้างหน้า มันย่อมออกมาอย่างมีคุณภาพ ทำให้ผู้คนยอมรับในสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้

ฟุตบอลต่างประเทศ ล่าสุด