วันที่ 20 กันยายน 2021 12:22 AM
Championsweek2015.com

ตกรอบที่แอนฟิลด์

อัพเดทเมื่อ 16 เมษายน 2021 เข้าดู 5 ครั้ง

ตกรอบที่แอนฟิลด์ พลาดการไปสู่แชมเปี้ยนส์ลีก หงส์แดง เสมอ ราชันชุดขาวแบบไร้สกอร์

ตกรอบที่แอนฟิลด์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแฟนๆต้องยอมรับความจริง จากสถานการณ์ที่ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของราชันชุดขาว ในเกมเลกสองค่ำคืนที่ผ่านมา ด้วยการแบกความกดดันจากการตกเป็นฝ่ายตามหลัง จากเลกแรกในสกอร์ 1-3 หากหวังที่จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ ต้องทำผลต่างถึง 2 ประตู

สถานการณ์เริ่มต้นเกมมา คือพวกเขาสามารถเปิดเกมรุก สร้างโอกาสลุ้นประตูได้อย่างรวดเร็ว ออกสตาร์ทก่อนจะ ตกรอบที่แอนฟิลด์ ไปได้ด้วยดีเกินคาด ตั้งแต่ต้นเกมมีโอกาสหลุดเดี่ยว  น่าจะยิงได้หลายจังหวะจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนจบครึ่งแรกไปเจมส์ มิลเนอร์  เกือบทำประตูได้จากลูกยิงไกล จากการวางเกมของคล็อป

แต่เมื่อจับจังหวะได้คงต้องยอมรับว่า “ราชันชุดขาว” เป็นต่ออยู่มาก งานยากจึงกลับมาตกอยู่ที่พวกเขา ลิเวอร์พูล ล่าสุด ต้องแบกเกมไว้อย่างนั้น จนกระทั่งนาทีที่ 60 เมื่อเกมดูจะไม่ขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ จึงเลือกส่งมิดฟิลด์ลงสนามพร้อมกับ ดิโอโก โชต้า ถอดเอา โอซาน คาบัค กับ มิลเนอร์ ออกโดยที่ 3 ประสานยังอยู่ครบตั้งแต่ต้นเกมมาตลอด

อาจจะเป็นเพราะผลงานช่วงที่ผ่านมา วิเคราะห์ทีมเรอัล มาดริด ถึงจังหวะขาขึ้น ที่ผ่านการชนะรวดมา 6 นัดในลา ลีกา และทำสถิติไม่แพ้ใครมา 13 นัด แถมยังเชือดทีมใหญ่คู่ปรับอย่าง บาร์เซโลนาใน “เอล กลาสิโก” มาสดๆร้อนๆด้วยแล้ว ยิ่งทำให้สร้างความมั่นใจ และพวกเขามีลุ้นแชมป์ ถึงสองรายการใหญ่ช่วงสองเดือนสุดท้ายนี้ด้วย

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมนัด ตกรอบที่แอนฟิลด์ ในเลก2นี้ซีเนดีน ซีดาน อ่านรูปเกมอยู่แล้ว ว่าพวกเขามีความได้เปรียบ จากการชนะเลกแรกในสกอร์ 3-1 จึงไม่จำเป็นต้องเปิดเกมรุก ให้เปลืองพลังงานนักเตะในทีมเลย ดังนั้นการบุกไปเยือนในนัดนี้ จึงไม่มีความจำเป็นอะไร ที่จะต้องโหมบุกเหมือนแมตช์แรก ที่เค้าเปิดบ้านต้อนรับหงส์แดงไปเยือน

ในส่วนของการเล่นนัดที่ผ่านมา วิเคราะห์ทีมลิเวอร์พูล ที่พวกเขาทำได้อย่างที่เกมควรจะเป็น ทั้งแนวการป้องกันที่ดูแข็งแกร่ง การเอาชนะเกมที่แดนกลาง และการเพิ่มโอกาสให้ทีมสร้างอันตรายต่อคู่ต่อสู้ ส่วนที่ขาดไปดูว่าน่าจะมีเพียงประตูเท่านั้น ที่จังหวะหลายต่อหลายหนแล้ว ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านเข้าไปเป็นประตูได้

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยอดแบ็กขวาจอมผ่านบอลแม่น ในเกมที่ดวลกับ เรอัล มาดริดนัด ตกรอบที่แอนฟิลด์  ก็เล่นได้ดีเยี่ยมและยังเป็นนักเตะในสนาม ที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมากที่สุดในเกมนี้  และยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมลีกช่วงที่ผ่านมา อย่างในเกมที่ต้องรับมือกับ แอสตัน วิลล่า ยังเป็นคนยิงประตูชัยในแมตช์นั้นด้วยตกรอบที่แอนฟิลด์

พ่ายแบบสมศักดิ์ศรี ทีมตกรอบที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลคุมเกมและทุ่มเทได้ดีพอหรือยัง

แม้ว่าก่อนเกมลิเวอร์พูล ตกรอบที่แอนฟิลด์ เพิ่งทำสถิติปราชัยคาบ้านในเกม พรีเมียร์ลีก 6 นัดติดต่อกันมาได้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาชนะ  แอสตัน วิลลา 2-1 โดย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สังหารประตูชัยให้กับพวกเขาในช่วงท้าย ขณะที่ เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายกำชัยด้วยสกอร์ 2-1 กับบาร์เซโลนา แต่ทั้งสองทีมต่างขาดผู้เล่นเกมรับ

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ในเกมรับของทั้งสองทีม กับแมตช์แรกที่พบกัน ดูว่าต่างไม่มีกองหลังตัวเด่นๆคุมเกม แต่หลังจากผ่านการ ตกรอบที่แอนฟิลด์ สำหรับตอนนี้มีจุดที่ต้องโฟกัสของ เจอร์เก้น คล็อปป์  จำเป็นต้องสร้างกำลังใจ เพื่อเรียกความมั่นใจของลูกทีมกลับมา เพราะพวกเขาจะต้องไปที่เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำภารกิจใหญ่ก็คือการยึด อันดับท็อปโฟร์ไว้ให้ได้  

แม้ว่าสถานการณ์ในการลุ้นอันดับท็อปโฟร์ ก็ยังดูจะไม่แน่นอน ผลคะแนนอันดับตาราง ที่ยังรั้งอยู่อันดับ 6 มี และมี 52 คะแนน ยังคงตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่ 3 แต้ม ทำให้ต้องกลับมาโฟกัส 7 เกมที่เหลืออยู่ ว่าทัพของ “หงส์แดง” จะสร้างกำลังความมั่นใจกลับมาสู่ทีม และสร้างขุมพลังให้แฟนๆได้เห็นกันหรือไม่

คงจะต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทั้งหมด และลุ้นให้คู่แข่งอย่าง เวสแฮม เชลซี และ สเปอร์ส พลาดท่ากันไปเองบ้าง และแน่นอนว่าการติดหนึ่งในสี่บนตารางลีกในฤดูกาลนี้มีความสำคัญของ ลิเวอร์พูล อย่างมาก เพราะมันเป็นหนทางที่จะทำให้ กลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ของยอดทีม “เดอะ เร้ดส์” กลับไปโลดแล่นในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

แมตช์นี้ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้แฟนเดอะค๊อปผิดหวัง ไม่ใช่ว่าไม่มีจังหวะที่จะทำ 2 ประตูให้ได้ในเกมนี้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือพวกเขายังขาดผู้เล่นที่เติมความดุเดือดเข้าไปในเกม ที่จะสามารถทำประตูชัยให้ได้ตามคาด ซึ่งเมื่อผลงานออกมาตามตารางแล้ว ก็คงต้องทำใจกับการก้าวไปต่อในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดาย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ การเล่นที่สนามแอนฟิลด์ของตนเองได้ ส่วนหนึ่งมาจากพลังของเสียงเชียร์ของแฟนบอล “หงส์แดง” ที่มีอิทธิพลอย่างสูง สำหรับสาวกจะรู้กันดี ในหลายแมตช์แห่งความทรงจำ ที่พวกเขาพาทีมพลิกชนะมาได้แทบจะทุกเกม ถือเป็นการเติมเต็มของผู้เล่นคนที่ 12 ได้อย่างยอดเยี่ยม

จึงจำเป็นมากที่ยอดกุนซืออย่างคล็อปป์ จะต้องกระตุ้นพลังความมั่นใจในทีมให้กลับมา และพยายามเร่งผลงานที่ดีที่สุดออกมาให้ได้ เพราะหากพวกเขายังคงความผิดหวัง ที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้คงจะไม่เป็นเรื่องดีแน่นอน อาจจะส่งผลต่อการเล่น หรือลืมโฟกัสจุดที่สำคัญกว่าไป และมีผลต่อฟอร์มในลีกแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจวิเคราะห์หลังเกมในประเด็น ตกรอบที่แอนฟิลด์ มีการปรับแทกคิกและวางตัวนักเตะอย่างไร

จากสิ่งที่คาดหวังแต่ต้องผิดหวัง ไปกับผลงานของการ ตกรอบที่แอนฟิลด์  คือการที่ทุกคนในทีมต่างพากันสร้างโอกาสได้มาก ตั้งแต่ช่วงต้นเกม แบบเปิดเกมรุกได้เฉียบทีเดียว แต่ก็ต้องพ่ายไปจากความกดดันที่ต้องทำให้ได้ถึงสองประตู และต้องป้องกันประตูไว้ให้ได้แบบไม่เสียเลย และไม่สามารถจบแบบมีสกอร์ได้ 

หลังจากเกมที่แพ้ในบ้านมานัดล่าสุด ในซีซั่นนี้โดน เรอัล มาดริด พาตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความผิดหวังของสาวกหงส์แดงอย่างมาก  และยังคงต้องพยายามทำผลงานต่อจากนี้อย่างเต็มที่ ในการติดอันดับท๊อปโฟร์แรกของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก เพื่อให้ได้กลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

สำหรับรายงานล่าสุดตามสถานการณ์ในลีกของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ยังคงรั้งอันดับหก มี 52 แต้ม จาก 31 นัด ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงมี 74 คะแนนจาก 32 นัด ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด 63 คะแนน 31 นัด, เลสเตอร์ 56 คะแนน 31 นัด, เวสต์แฮม 55 คะแนน 31 นัด และ เชลฟซี 54 คะแนน 31 นัด  ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็ยังมีลุ้น หลังรั้งอันดับ 7 มี 49 คะแนนจาก 31 นัด 

ยังมีโปรแกรมที่เหลือลงเล่นอยู่อีกดังนี้  คงต้องมาตามลุ้นกันจากอันดับ 7 ของตาราง

19 เม.ย. : ลีดส์ (เยือน)

24 เม.ย. : นิวคาสเซิ่ล (เหย้า)

1 พ.ค. : แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน)

8 พ.ค. : เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า)

11 พ.ค. : เวสต์บรอมวิช (เยือน)

15 พ.ค. : เบิร์นลี่ย์ (เยือน)

23 พ.ค. : คริสตัล พาเลซ (เหย้า)

 

  • จากตารางการแข่งขันด้านบนทางสามารถติดตามการถ่ายทอดสดและข้อมูลการวิเคราะห์ได้จากเราที่  www.championsweek2015.com

 

พรีเมียร์ลีก ล่าสุด