วันที่ 6 พฤษภาคม 2021 6:54 AM
Championsweek2015.com

กุนซือ

อัพเดทเมื่อ 29 เมษายน 2021 เข้าดู 6 ครั้ง

กุนซือ รอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

กุนซือ ในชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น 4 จตุรเทพแห่งวงการลูกหนัง  ที่สามารถพาทีม เข้าถึงรอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ได้แก่ ซีเนดีน ซีดาน , เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ,โธมัส ทูเคิ่ล , เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ด้วยประสบการณ์ถ้วยใบนี้ ซีดาน และ เป๊ป ดีกว่า แต่ฟุตบอลการจะชนะนัดใดนัดหนึ่ง มีอยู่หลายองค์ประกอบ 

ตอนนี้ศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2020-2021 ผ่านมาถึง รอบรองชนะเลิศ ได้ครบ4ทีม เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง4สโมสร ที่เข้ามาในรอบตัดเชือกนี้ ต่างเป็นสโมสร เงินถุงเงินถัง กันทั้งนั้น มาจากประเทศอังกฤษ (พรีเมี่ยลีก) 2 ทีม มาจากประเทศสเปน (ลาลีก้า) 1 ทีม มาจากประเทศฝรั้งเศษ (ลีกเอิง) 1 ทีม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความพร้อมของทีม ความเหนื่อยล้า จากการลงเล่นมาทั้งฤดูกาล การบาดเจ็บของผู้เล่นคนสำคัญ มีผลต่อบอลถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบตัดเชือกเป็นอย่างมาก มันจะสร้างความกดดัน ให้แก่ตัวผู้เล่น ปัญหาทั้งหมดนี้ อยู่ที่ความสามารถ ของกุนซือ ทั้ง 4 ทีม จะแก้ไขได้อย่างไร

กุนซือ

“ราชันชุดขาว” ภายใต้การนำทัพของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน

พาทีมเข้าสู่รอบตัดเชือกจากผลงานของ กุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ด้วยฟอร์มการเล่น อันแข็งแกร่งทั้งสองนัดที่เจอกับ ลิเวอร์พูล (สกอร์รวมสองนัด เรอัล ชนะ 3-1) เกมแรกเปิดบ้านคว้าชัย 3-1 ก่อนโชว์ความเขี้ยว ในเกมรับเลกสองที่บุกเจ๊า หงส์แดง ที่แอนฟิลด์ผ่านเข้ารอบต่อไปก็นับเป็น อีกหนึ่งบททดสอบคุณภาพของพวกเขาว่า สมควรผ่านเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 14 หรือไม่ 

รอบต่อไป ไปชนกับ เชลซี ของ กุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล อีกหนึ่งสโมสรเมืองผู้ดี ผลงาน ชปล ในฤดูกาลนี้ของ ”เรอัล มาดริด”

สถิติ ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ 18 เสีย 11

ดาวซัลโวสูงสุด คาริม เบนเซม่า (5 ประตู)

รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์กลุ่ม บี

รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ อตาลันต้า 4-1 (1-0, 3-1)

รอบก่อนรองฯ ชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 (3-1, 0-0)

“เรือใบสีฟ้า” ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผ่าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 8 ทีม ได้ตามคาดแม้ “เสือเหลือง” สู้ได้ดี แต่สุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” เล่นได้ดีกว่าทั้ง 2 นัด ที่เจอกัน คู่ควรต่อการผ่านเข้ารอบตัดเชือก แต่รอบหน้าจะประมาท ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กุนซือที่ชื่อ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เคยสร้างความเจ็บปวด ให้กับพวกเขามาแล้ว เมื่อฤดูกาล 2018/19 (โปเช็ตติโน่ คุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ผลงานจาก กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชปล ในฤดูกาลนี้ของ ”แมนฯ ซิตี้”

 สถิติการแข่งขัน ชนะ 9 นัด เสมอเพียง 1 นัด และยังไม่แพ้ ประตูรวมยิงได้ 21 เสีย 3

 เฟร์ราน ตอร์เรส ดาวซัลโวสูงสุด ด้วยการทำ (4 ประตู)

 รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์กลุ่ม ซี

 ชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์ 4-0 (2-0, 2-0)

 รอบก่อนรองฯ ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4-2 (2-1, 2-1)

”ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ” กุนซือ หนุ่ม เมาริซิโอ โปเชตติโน่

จากฤดูกาลที่แล้ว รองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก แก้แค้นได้สำเร็จ หลังจากที่เบียดเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค เข้ารอบตัดเชือก ด้วยกฎอเวย์โกล แม้รูปเกมดูเป็นรอง บาเยิร์น ตลอดทั้งสองนัด พวกเขาก็แสดงให้เห็นว่า แค่มีสองตัวอันตรายอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ เนย์มาร์  ก็เพียงพอในการสร้างปัญหาให้กับแนวรับทีมคู่แข่ง รวมถึงการต่อกรกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบตัดเชือกด้วย 

ผลงานจาก กุนซือ หนุ่ม เมาริซิโอ โปเชตติโน่ เชื่อว่าในฤดูกาลนี้ของ ” ปารีส ”

สถิติ ชนะ 6 เสมอ 1  แพ้ 3  ยิงได้ 20 เสีย 10

ดาวซัลโวสูงสุด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (8 ประตู)

รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์กลุ่ม เอช

รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ บาร์เซโลน่า 5-2 (4-1, 1-1)

รอบก่อนรองฯ  ชนะ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยกฎอเวย์โกล 3-3 (3-2, 0-1)

“สิงห์บลูส์” ของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล

ทีมเชลซีจากการคุมของ กุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือก แบบหืดจับเหมือนกัน หลังโค่น ปอร์โต้ ทีมดังของ โปรตุเกส ส่วนรอบต่อไปชนกับ “ราชันชุดขาว” ถือว่าน่าสนใจมาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ และ เอแด็น อาซาร์ ต่างมีโอกาสได้เจอกับทีมเก่าของตัวเองด้วย ผลงานของ สิงห์บลูส์ ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

 สถิติ ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1  ยิงได้ 19  เสีย 3

 ดาวซัลโวสูงสุด โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (6 ประตู)

 รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์กลุ่ม อี 

 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะทีม แอตเลติโก มาดริด ด้วยสกอร์ 3-0 (1-0, 2-0)

 รอบก่อนรองฯ ชนะ ปอร์โต้ 2-1 (2-0, 0-1)

 

สรุปความเคลื่อนไหววงการฟุตบอลจากลีกดังทั่วโลกติดตามสดๆก่อนใครที่  www.championsweek2015.com

 

 

เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ ล่าสุด